เสิร์ฟทุกข่าว กระแสเทรนด์ เทคโนโลยีด้านการขนส่ง GPS & Fleet Management ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวเพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยในยุค 4.0

ส่อง 5 เทรนด์เทคโนโลยียกศักยภาพธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ปี 2020
อุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันของผู้ประกอบการอย่างเข้มข้น และยังมีการนำเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ โมบายแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ มาเป็นตัวช่วยบริการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพงานขนส่งและโลจิสติกส์ ให้สอดคล้องกับกระแสการปรับเปลี่ยนสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องตระหนักเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงหรือเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ นั่นคือ “บริหารต้นทุนให้ต่ำ ทำให้เร็วกว่าเดิม เพิ่มการลงทุนเทคโนโลยี” ซึ่งในแง่ของผู้บริโภคสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงคือความเร็วในการจัดส่งสินค้า การส่งมอบสินค้าตรงเวลา สินค้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พนักงานให้บริการอย่างมืออาชีพ และผู้รับสินค้ามีความพึงพอใจ ขณะเดียวกันธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ไทยที่กำลังเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ได้เร่งปรับตัว นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารงานมากขึ้น การแข่งขันจึงไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยี แต่คือการลงทุนเทคโนโลยีด้วยการอ่านเกมให้ขาด

นอสตร้า โลจิสติกส์ เผยตลาดโลจิสติกส์โต 20% เดินเกมรุกส่งโปรดักส์ใหม่ตอบโจทย์ตลาด สมาร์ท โลจิสติกส์
นอสตร้า โลจิสติกส์ เผยตลาดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นปีละ 15-20% จัดเป็นธุรกิจดาวรุ่งยุคเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมประกาศเดินเกมรุก ลุยสมรภูมิโลจิสติกส์ มุ่งเป้าหมายผู้นำตลาด IoT Logistics ส่ง NOSTRA LOGISTICS Analytics Platform และ Telematics Solution ตอบรับตลาดขาขึ้น เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงพร้อมเสริมทัพด้วย GPS Tracking

NOSTRA Logistics แนะ Data Analytics Platform มุ่งหา Data Insight ไขความสำเร็จธุรกิจขนส่งยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้พัฒนาบริการ NOSTRA Logistics Data Analytics Platform ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้จัดการข้อมูลสำหรับธุรกิจขนส่ง ตั้งแต่การนำเข้าข้อมูลจากอุปกรณ์และเซนเซอร์หลากหลายแหล่งที่มา จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและตัวแปรต่าง ๆ ออกมาเป็นข้อมูล Data Insight ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกจากงานขนส่งภายในธุรกิจ ที่สำคัญคือสามารถพิจารณาผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายได้ภายในแพลตฟอร์มเดียวกัน ผ่าน Dashboard ช่วยแก้ปัญหาการจัดการฐานข้อมูลภายในองค์กร และพร้อมสำหรับการทำ




3 ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนนำรถไปต่อทะเบียน
ผ่านการรับรองของกรมการขนส่งทางบกแน่นอน เพียงเตรียมตัวล่วงหน้าให้พร้อม ทีมงาน NOSTRA Logistics แนะนำลูกค้าทำตาม check list กันเลยค่ะ สำหรับลูกค้าระบบ NOSTRA Logistics หากหนังสือรับรองการติดตั้งเครื่องบันทึกการเดินทาง (GPS) ของท่านสูญหาย หรือ ชำรุด ท่านสามารถติดต่อแจ้งขอสำเนาไฟล์เอกสาร ได้จาก ฝ่ายบริการลูกค้า (Customer Service & Support) บริษัท

NOSTRA Logistics เผย 5 ความท้าทายของธุรกิจลอจิสติกส์ในสมรภูมิดิสรัปท์ชั่น
1. ด้านการลดต้นทุนการขนส่ง “เทคโนโลยีและข้อมูล” กำลังมีบทบาทครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของการบริหารจัดการงานขนส่งและกลุ่มรถในอุตสาหกรรมการขนส่งและลอจิสติกส์ ประโยชน์ที่เห็นชัดเจน คือ องค์กรที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่าจะได้เปรียบบนสนามแข่งขัน การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และวางแผนงานจัดส่งสินค้าและบริหารบุคลากร เพื่อลดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองต่าง ๆ จึงมีความสำคัญ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านั้นต่างมีที่มาจากการวางแผนการวิ่งรถ เช่น การวางแผนการจัดสินค้าและการใช้รถ การเลือกเส้นทางขนส่งที่ใช้ระยะทางและเวลาน้อยที่สุด การขับรถในระดับความเร็วที่เหมาะสม เพื่อประหยัดน้ำมัน การขับรถถูกวิธีไม่เร่งกระชากหรือเร็วเกินกำหนด ก็ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลงได้มากและสามารถยืดเวลาและรักษาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้มีคุณภาพที่ยาวนานขึ้น 2. การบริหารจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล เทคโนโลยีและข้อมูลจะกลายเป็นฮีโร่ที่เข้ามาช่วยผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งได้เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยได้มีการออกกฎเรื่องการติดตั้งจีพีเอสในรถโดยสารและรถขนส่งเพื่อติดตามและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนมาได้ 2-3 ปีแล้ว ดังนั้นเทคโนโลยีจีพีเอสอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่บริษัทฯ พบว่าหลังจากที่ได้เปิดตัวเทคโนโลยีโซลูชัน NOSTRA

จีไอเอส เผยทริค Eco-driving ลดมลภาวะป้องกันฝุ่น PM 2.5 ยั่งยืน แนะโซลูชัน NOSTRA Telematics หนึ่งตัวช่วยลดมลพิษบนท้องถนน
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในสาเหตุของปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่ปกคุลมเมืองอยู่ในขณะนี้ มากกว่า 50-60% มาจากการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลตามการเปิดเผยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งนอกจากจำนวนรถยนต์มหาศาลภายในเมืองที่ร่วมกันปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์เข้าสู่สิ่งแวดล้อมโดยตรงและปัจจัยร่วมอื่นๆ แล้วนั้น การขับรถและใช้รถที่ไม่ถูกวิธีก็มีส่วนทำให้เกิดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเกินความจำเป็นอันมีผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรงเช่นกัน ดังนั้น การร่วมกันแก้ปัญหานี้ในระยะยาว ทุกคนสามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากการใช้รถของตนซึ่งแม้จะเป็นจุดเล็กๆ แต่เมื่อรวมกันแล้วสามารถเกิดผลกระทบที่ดีแก่สังคมโดยรวมได้มหาศาลการขับรถที่ไม่ปลอดภัยและไม่ถูกวิธีนั้น มีผลเสียมากกว่าที่เราคิด เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุแล้วยังทำให้เกิดการใช้น้ำมันหรือเชื้อเพลิงสิ้นเปลืองเกินความจำเป็นและสร้างมลพิษทางอากาศอีกด้วย จากข้อมูลการศึกษาของค่ายรถยักษ์ใหญ่ยี่ห้อหนึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมการขับขี่ว่ามีผลต่อการใช้น้ำมันและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อกิโลเมตรอย่างไรระบุว่า ลักษณะนิสัยการขับขี่แบบ Eco-driving หรือ การขับขี่อย่างชาญฉลาดเพื่อประหยัดพลังงาน จะช่วยลดทั้งอัตราการใช้น้ำมันและการปล่อยไอเสียได้สูงสุดถึง 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการขับขี่แบบ “ค่าเฉลี่ยปกติ” โดยการเปลี่ยนแปลงวิธีการขับขี่เพียงเล็กน้อยจะสามารถประหยัดน้ำมันได้อย่างมากมายมหาศาล นอกจากนั้นผู้ใช้รถยนต์ควรใส่ใจดูแลรถยนต์ให้มีสภาพสมบูรณ์อย่างสม่ำเสมอ