นอสตร้า โลจิสติกส์ ชี้ โควิด-19 ดันยอดสั่งซื้อออนไลน์โต 80%

นอสตร้า โลจิสติกส์ เผยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ‘โควิด-19’ ดันยอดสั่งสินค้าออนไลน์ในประเทศโตสวนกระแสถึง 80% ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคหลีกเลี่ยงแหล่ง ช้อปปิ้งแออัด หันไปเลือกสั่งสินค้าออนไลน์ แนะธุรกิจขนส่งเตรียมพร้อมรับมือใช้เทคโนโลยีจัดการและติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ พร้อมการกำหนดพิกัดอาณาเขตพื้นที่เสี่ยงบนแผนที่ (Geofence) รับมือการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น เพื่อบริหารการจัดส่งสินค้า เพิ่มความมั่นใจแก่ผู้รับสินค้าทุกการจัดส่ง ในกรณีเกิดปัญหากับเส้นทางจัดส่งสามารถติดตามข้อมูลเพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

นางวรินทร สีสุขดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส จำกัด เปิดเผยว่าจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ‘โควิด-19’ ที่กำลังระบาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มหลีกเลี่ยงแหล่งช้อปปิ้งที่มีผู้คนแออัดและใช้บริการจัดส่งแทน โดยสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ทำให้เกิดปริมาณการสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าในเวลาปกติอย่างมาก สอดคล้องกับผลสำรวจของ กสทช. เปิดเผยว่า จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจากผู้ใช้งาน แอพฯ ของสำนักงานกสทช. จำนวน 2,554 คน พบว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ประชาชนมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นจากเดือนมกราคม 2563 เกินกว่า 80% โดยสัดส่วนที่โตขึ้นมาจากพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้บริโภคที่มีมากขึ้น

“ภายใต้วิกฤติดังกล่าวที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อปัจจัยบวกที่ถือว่าเป็นโอกาสต่อวงการโลจิสติกส์และการขนส่ง จากพฤติกรรมผู้บริโภคหันไปเลือกสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ การบริการจัดส่งด่วนมีแนวโน้มกลายเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสูงขึ้นมาก นับเป็นโอกาสและความท้าทายของทั้งผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อย และธุรกิจขนส่งที่จะเตรียมความพร้อมรับมือทั้งในเรื่องปริมาณการจัดส่งสินค้าจากระบบออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในการรับบริการที่รวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งสินค้าจำเป็นจะต้องมีเครื่องมือในการจัดการและวางแผนการจัดส่งสินค้าที่ดี เพื่อให้การกระจายสินค้าในแต่ละวันเป็นไปอย่างราบรื่น” นางวรินทร กล่าว

นางวรินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางด้านเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการและติดตามการขนส่ง “นอสตร้า โลจิสติกส์” พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยผู้ประกอบการขนส่งรับมือการขนส่งในระหว่างเกิดสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 แบบตรงจุด ด้วยความสามารถในการจัดการออเดอร์และเส้นทางจัดส่ง เช่น การจัดเส้นทางส่งสินค้าแบบรองรับการส่งสินค้าหลายจุด หรือ Route Optimization for Multidrop ซึ่งระบบสามารถกำหนดจุดส่งสินค้าโดยให้ลำดับการส่งก่อน-หลัง และแนะนำเส้นทางที่สั้นที่สุดตลอดเส้นทางขนส่ง เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางและค่าใช้จ่ายมากที่สุด เมื่อกำหนดเส้นทางจัดส่งสำหรับรถแต่คันเรียบร้อย ยังสามารถทำการติดตามแผนการจัดส่ง เพื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง

โดยระบบสามารถเห็นทั้งระยะทางและระยะเวลาที่จะเข้าถึงในแต่ละจุดส่งด้วยการคำนวณแบบเรียลไทม์ โดยในกรณีที่เห็นว่าการจัดส่งสินค้าอาจจะไม่เป็นไปตามแผน ผู้ดูแลสามารถใช้ข้อมูลการติดตามรถนี้เพื่อการตัดสินใจปรับแผนจัดส่งได้ทันที เช่น การแจ้งขยายเวลาการเข้าถึงจุดส่งสินค้า การเลื่อนหรือยกเลิกจุดจัดส่งสินค้า โดยสามารถสื่อสารกับผู้ขับรถให้ดำเนินการอย่างไร ตลอดจนแจ้งลูกค้าให้ทราบล่วงหน้า เพื่อรับทราบข้อมูลการจัดส่งซึ่งจะเป็นการสร้างความพึงพอใจในการบริการที่ดีได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ในกรณีที่การเกิดโรคระบาดส่งผลให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ผู้ใช้งานสามารถกำหนดพิกัดอาณาเขตพื้นที่บนแผนที่ ซึ่งหมายรวมถึงพื้นที่อันตราย พื้นที่ห้ามเข้า พื้นที่กักกันการระบาด พื้นที่เสี่ยง พื้นที่ที่มีการรายงานพบผู้ป่วย หรืออื่น ๆ ที่เรียกว่า Geofence โดยกำหนดเป็นจุดพิกัด หรือตีกรอบพื้นที่และจัดแยกเป็นกลุ่มหมวดหมู่  ระบบจะหลีกเลี่ยงเส้นทางการขับรถในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว และแจ้งเตือนหากเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าวด้วย ที่สำคัญสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลเส้นทางจัดส่งสินค้า หรือ Trace on Cloud โดยตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังการจัดส่งได้ทุกจุด ว่ารถขนส่งได้วิ่งผ่านในเส้นทางใด และแวะส่งสินค้าที่จุดใดบ้าง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้รับสินค้าทุกการจัดส่ง  หรือในกรณีที่เกิดปัญหากับเส้นทางการจัดส่งนั้นก็สามารถติดตามข้อมูลเพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว นางวรินทร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ๆ ก็ควรจะมีมาตรการป้องกันเตรียมพร้อม โดยเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งระยะสั้นและระยะยาว และเตรียมข้อมูลเพื่อการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่ถูกต้อง เพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อโรคระบาดสำหรับพนักงานของบริษัทฯ ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

เช่น การตรวจคัดกรองอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่ทำงาน การใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ การกักตัว 14 วัน เมื่อมีพนักงานเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้มีความปลอดภัยต่อทั้งพนักงานและยังสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในอีกทางหนึ่งด้วย การปฏิบัติตามข้อแนะนำต่าง ๆ เพื่อป้องกันโรคระบาดไม่ได้เป็นเพียงความรับผิดชอบที่มีต่อตนเองเท่านั้น แต่ยังถือเป็นความรับผิดชอบต่อส่วนรวมที่ทุกคนพึงปฏิบัติตามด้วยกันทั้งสิ้น นางวรินทร กล่าวทิ้งท้าย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on print
Print
Share on email
Email

NOSTRA LOGISTICS ชี้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโต พบเปิดกิจการใหม่เพิ่ม 39.6%แนะใช้ ePOD ลงทุนน้อย ลดต้นทุนค่าขนส่ง ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง

นอสตร้า โลจิสติกส์ ผู้พัฒนาโซลูชันและแพลทฟอร์มด้านการบริหารจัดการงานขนส่งและโลจิสติกส์ และระบบบริหารจัดการขนส่งอัตโนมัติ หรือ NOSTRA LOGISTICS TMS เผยธุรกิจโลจิสติกส์มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์รายงานธุรกิจโลจิสติกส์จดทะเบียนเปิดกิจการใหม่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มขึ้น 39.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ความท้าทายสำคัญคือต้นทุนของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ จากวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2 เท่าตัว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และยังไม่มีแนวโน้มที่ราคาจะปรับลดลง แนะผู้ประกอบการใช้ NOSTRA LOGISTICS ePOD ติดตามและบริหารงานขนส่งด้วยสมาร์ทโฟนแบบเรียลไทม์

Read More »

NOSTRA LOGISTICS จับมือ PINPOINT ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ขอร่วมภารกิจจิตอาสา ‘เป็ดไทยส่งยา’ ช่วยเหลือผู้ป่วย Home Isolation

นางวรินทร สีสุขดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ ‘เป็ดไทยส่งยา’ เป็นความร่วมมือของกลุ่มบริษัทสตาร์อัพที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขา รวมทั้งทางด้านขนส่งและพิกัดข้อมูลที่อยู่ในประเทศไทย ประสานศักยภาพร่วมกันระหว่างทีมจิตอาสา และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อภารกิจช่วยเหลือในการส่งยาและเวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการสีเหลือง และกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้านในรูปแบบ Home Isolation หรือกลุ่มผู้ป่วยที่รอเตียงรักษา ในส่วนของ NOSTRA LOGISTICS ได้เข้าร่วมวางแผน จัดเส้นทางการส่งยา กระจายงานให้ทีมผู้ทำหน้าที่จัดส่งยาให้ไรเดอร์

Read More »

NOSTRA LOGISTICS แนะกลุ่มค้าปลีกและโลจิสติกส์ ใช้ VRP บริหารจัดการทรัพยากรการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพงานโลจิสติกส์สูงสุด

นอสตร้า โลจิสติกส์ ผู้พัฒนาโซลูชันและแพลทฟอร์มด้านการบริหารจัดการงานขนส่งและโลจิสติกส์ และระบบบริหารจัดการขนส่งอัตโนมัติ หรือ NOSTRA LOGISTICS TMS แนะธุรกิจกลุ่มค้าปลีกและโลจิสติกส์ต่อยอดเสริมกำลัง TMS ด้วย VRP หรือ Vehicle Routing Problem เครื่องมือวางแผนการใช้ทรัพยากรการขนส่งอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ เพิ่มผลกำไรด้วยการลดต้นทุนขนส่งกว่า 15% โดย NOSTRA LOGISTICS VRP มีจุดเด่นที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี GIS

Read More »

หนังสือให้ความยินยอมสำหรับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท จีไอเอส จำกัด

การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน

บริษัท จีไอเอส จำกัด ตระหนักดีว่าท่านมีความประสงค์ที่จะได้รับความปลอดภัยสูงสุดในสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญ และ เคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน ในการดำเนินการเก็บรวมรวม ใช้ ประมวลผลและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ อาจรวมถึง ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด สถานภาพสมรส เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์ รูปถ่าย ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หมายเลขไอพีแอดเดรส แม็กแอดเดรส หรือไอดีคุ๊กกี้ หรือข้อมูลอื่นใดที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ จะดำเนินการโดยใช้มาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยตามวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้เท่านั้น ตลอดจนป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้โดยมิได้รับการอนุญาตจากท่านก่อน

 

การเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

          บริษัทฯ จะใช้ข้อมูลของท่านเพื่อประกอบการดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับท่านในฐานะ ผู้ติดต่อและ/หรือลูกค้า ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องดังที่ปรากฎในตาราง ซึ่งบางครั้งอาจเป็นการปฏิบัติตามสัญญา กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องด้วย

วัตถุประสงค์ในการใช้

ระบุประเภทข้อมูลส่วนบุคคล

 

ระยะเวลา

เพื่อใช้ในการลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลสินค้าและบริการ ของบริษัทฯ

– ชื่อ สกุล

– เบอร์ติดต่อ

– email

– หน่วยงาน

– ที่อยู่ที่ทำงาน

5 ปี

 

 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนจะป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้โดยพลการ ซึ่งอาจจะมีการเปิดเผยข้อมูลนั้น ๆ เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ จะเคร่งครัดไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่ระบุไว้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่าน

 

สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่าน

ท่านสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่านโดยใช้ความเป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่บริษัทฯ แจ้งท่านไว้ในหนังสือฉบับนี้

  1. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม
  2. สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือ ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
  3. สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน
  4. สิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
  5. สิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  6. สิทธิขอให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน
  7. สิทธิในการขอถอนความยินยอม ซึ่งท่านสามารถใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยท่านสามารถแจ้งมายังสถานที่ติดต่อ หรือวิธีการติดต่อที่บริษัทฯ แจ้งท่านไว้ในหนังสือฉบับนี้

 

สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ

ในกรณีที่ท่านต้องการความช่วยเหลือจากบริษัทฯ หรือ หากมีข้อสงสัยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของท่าน สามารถติดต่อสอบถามผ่านทางช่องทางที่กำหนดไว้ ดังนี้

บริษัท จีไอเอส จำกัด

ที่อยู่ 202 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120

โทรศัพท์:   02-678-0200

อีเมล์:   dpo@cdg.co.th