นอสตร้า โลจิสติกส์ แนะธุรกิจขนส่งปรับตัว ใช้ดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นบริหารธุรกิจ เปิดตัว “นอสตร้า เทเลเมติกส์” โซลูชันใหม่เพื่อการขนส่งในยุค 4.0

นอสตร้า โลจิสติกส์ โซลูชันด้านการบริหารจัดการงานขนส่งและโลจิสติกส์ โดยบริษัท จีไอเอส จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี ชี้ความท้าทายของผู้ประกอบการธุรกิจขนส่ง คือ การขนส่งได้ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด ในขณะที่มีความปลอดภัยตลอดทุกขั้นตอนของการขนส่ง รวมทั้งการปรับตัวโดยการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่นในทุกส่วนของธุรกิจเพื่อบริหารและจัดการงานขนส่ง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุค 4.0 เผยการติดตั้งอุปกรณ์ GPS เพื่อติดตามรถเพียงอย่างเดียวในปัจจุบัน ไม่เพียงพอกับการแข่งขันในธุรกิจขนส่ง ล่าสุด! เปิดตัว “นอสตร้า เทเลเมติกส์” โซลูชันใหม่ที่ใช้ IoT (Internet of Things) ในการเชื่อมต่อและสื่อสารกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งภายในรถที่เน้นเรื่องการตรวจสอบและป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายในระหว่างการขับรถ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน โดยสามารถแจ้งเตือนคนขับได้แบบเรียลไทม์ และเก็บข้อมูลของระบบเครื่องยนต์ในการใช้รถตามการใช้งานจริง เพื่อประเมินสภาพรถขนส่งและวางแผนการบำรุงรักษารถ รวมทั้งแสดงรายงานผลในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับสรุปผลการวิ่งงานขนส่ง พร้อมรายงานประเมินคะแนนพฤติกรรมผู้ขับขี่ ตลอดจนคำนวณค่าใช้จ่ายในการใช้รถ มั่นใจในอนาคตเทเลเมติกส์จะกลายเป็นระบบพื้นฐานที่ประกอบมาพร้อมกับตัวรถจากโรงงานผลิต โดย Berg Insight คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนอุปกรณ์เทเลเมติกส์ติดตั้งในรถขนส่งมากถึง 100 ล้านชุดภายในปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 159 ล้านชุดในอีก 2 ปีข้างหน้า

นางสาวปิยวดี หงษ์ภักดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส จำกัด เปิดเผยว่า จากข้อกำหนดของกรมขนส่งทางบกในปี 2559 ที่กำหนดให้รถขนส่งทุกคันต้องติดจีพีเอส และเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมการขนส่งทางบก เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถติดตามพฤติกรรมผู้ขับรถ เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการในการป้องกัน ดูแลความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุ ซึ่งความท้าทายของผู้ให้บริการเทคโนโลยีโซลูชันสำหรับธุรกิจขนส่ง คือการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการในด้านการขนส่งได้ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุด ในขณะที่ต้องมีความปลอดภัยตลอดทุกขั้นตอนของการขนส่ง

“ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล หรือ Digital Transformation ที่มีกระบวนการทำงานและการเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลและนำมาใช้ในการวิเคราะห์ประเมินผล รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลกันระหว่างระบบต่าง ๆ ได้ ทุกธุรกิจต่างต้องปรับตัว โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ ไม่เว้นแม้แต่ภาคธุรกิจการขนส่ง บริษัทฯ ในฐานะผู้ให้บริการระบบบริหารและติดตามรถ จึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ ผ่านการพัฒนาระบบนอสตร้า โลจิสติกส์ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สามารถรองรับงานขนส่งได้ดีขึ้น เช่น วางแผนเส้นทางจัดส่งให้รถวิ่งส่งของในบริเวณใกล้กันได้และจัดลำดับก่อน-หลังการส่งสินค้า ดูแลพฤติกรรมการขับรถให้ปลอดภัยและไม่เกิดการทุจริต เพิ่มความสามารถในการบริการและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าจากข้อมูลการติดตามรถขนส่ง ตลอดจนด้านการลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง โดยล่าสุดมีการวางระบบไปแล้วกว่า 400 ราย ตั้งเป้าภายในปี 2561 รายได้รวมเพิ่มอีก 15%” นางสาวปิยวดี กล่าว

ทั้งนี้ หากมองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่า ธุรกิจขนส่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ตอบรับการปรับตัวเข้าสู่กระบวนการทำ Digital Transformation เป็นกลุ่มอันดับต้น ๆ และมีการลงทุนในเทคโนโลยีหลากหลายระบบ เนื่องจากกระบวนการขนส่งถือเป็นกระบวนการใหญ่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ทำหน้าที่ควบคุมงานขนย้าย รวบรวม และกระจายสินค้าและบริการ จากต้นทางไปสู่ปลายทางซึ่งมีตัวแปรหลายส่วนเกี่ยวข้องกันไม่ว่าจะเป็นลูกค้า สินค้า คลังสินค้า จุดกระจายสินค้า และรถขนส่งสินค้า ดังนั้น ภายใต้ระบบการบริหารงานที่มีความซับซ้อน จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนให้การจัดการเหล่านี้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นางสาวปิยวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการยุค 4.0 บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาโซลูชัน ต่อยอดระบบนอสตร้า โลจิสติกส์ เดิมให้มากกว่าระบบติดตามรถทั่วไป โดยได้เปิดตัว “นอสตร้า เทเลเมติกส์” โซลูชันใหม่ที่ใช้ IoT (Internet of Things) ในการเชื่อมต่อและสื่อสารกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งภายในรถที่เน้นเรื่องการตรวจสอบและป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายในระหว่างการขับรถ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน โดยสามารถแจ้งเตือนคนขับได้แบบเรียลไทม์ และเก็บข้อมูลของระบบเครื่องยนต์ในการใช้รถตามการใช้งานจริง เพื่อประเมินสภาพรถขนส่งและวางแผนการบำรุงรักษารถ รวมทั้งแสดงรายงานผลในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับสรุปผลการวิ่งงานขนส่ง พร้อมรายงานประเมินคะแนนพฤติกรรมผู้ขับขี่ ตลอดจนคำนวณค่าใช้จ่ายในการใช้รถ โดยในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีเทเลเมติกส์จะเข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง และเป็นเทรนด์ที่ต่อยอดนวัตกรรมการขนส่ง เป็นระบบหรืออุปกรณ์พื้นฐานที่ประกอบมาพร้อมกับตัวรถจากโรงงานผลิต โดยจากการคาดการณ์ของ Berg Insight ได้มีการทำนายจะมีจำนวนอุปกรณ์เทเลเมติกส์ติดตั้งในรถขนส่งมากถึง 100 ล้านชุดภายในปีนี้ และจะเพิ่มเป็น 159 ล้านชุดในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยล่าสุด บริษัทฯ บางส่วนได้ทำการติดตั้งระบบนอสตร้า เทเลเมติกส์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายในปีหน้า ฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่อยู่ในระหว่างการเจรจา มีความสนใจที่จะติดตั้งระบบนอสตร้า เทเลเมติกส์ เพิ่มเติมจำนวนกว่า 100%

บริษัท จีไอเอส จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยี GPS Tracking หรือ Fleet Management ยินดีอย่างยิ่งในการสนับสนุนเพื่อการพัฒนา และนำเสนอโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐาน เพื่อสอดรับกับข้อกำหนดด้านการติดตั้งระบบ GPS ภายใต้ “โครงการมั่นใจทั่วไทย รถใช้ GPS” ของกรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย ยกระดับคุณภาพสังคมโดยรวม และเพื่อให้อุตสาหกรรมการขนส่งไทยได้พัฒนารุดหน้านานาประเทศ นางสาวปิยวดี กล่าวทิ้งท้าย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on print
Print
Share on email
Email
Rinyapat Sakkamolwich

Rinyapat Sakkamolwich

Business Development & Corporate Marketing Manager

เทียบฟังก์ชัน NOSTRA LOGISTICS All In One กับอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยในการขับรถ

ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของรถและคนขับ ระหว่างทางที่กำลังขนส่งสินค้า จะดีแค่ไหนหากมีอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมความปลอดภัย ลดโอกาสการสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ หรือความเหนื่อยล้าของคนขับรถ นอกจากการใช้ GPS เพื่อติดตามตำแหน่งรถแล้ว หากผู้ประกอบการขนส่งต้องการเพิ่มความปลอดภัยในการขับรถ อุปกรณ์ All In One (AIO) จัดเป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยเป็นอย่างมาก AIO เป็นอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยในการขับรถที่ได้มาตรฐานสากล ช่วยตรวจสอบ ติดตาม และแจ้งเตือนพฤติกรรมการขับรถที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเรียลไทม์ ทั้งยังผสมผสานความสามารถอย่างครบถ้วนระหว่าง 1.       กล้องวิดีโอในรถยนต์ (Mobile Digital

Read More »

3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ลดความเสี่ยงด้วย NOSTRA LOGISTICS All In One

จากข้อมูลสถิติของกรมการขนส่งทางบกในปี 2564 พบว่าการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ 3 ปัจจัยหลัก คือ ผู้ขับรถ ยานพาหนะ ถนนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมผู้ขับรถสูงถึง 68 %  โดยพฤติกรรม 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1.ประมาท 2.ขับรถเร็ว/ หลับใน (มีจำนวนเท่ากัน) 3.ขับรถตามหลังในระยะกระชั้นชิด อื่นๆ เช่น ขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด แซงในที่คับขัน

Read More »

6 ข้อดีของ NOSTRA LOGISTICS All In One อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยของผู้ขับขี่

อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยในการขับรถนับเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ผู้ขับรถขนส่งและสินค้ามีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น  ภาคธุรกิจขนส่งสามารถใช้เทคโนโลยีเทเลเมติกส์ในการตรวจสอบและควบคุมการขับรถให้ปลอดภัย NOSTRA LOGSITCIS All In One ได้รับการพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์สำหรับธุรกิจรถขนส่งโดยเฉพาะ “AIO เทคโนโลยีเพิ่มความปลอดภัย ช่วยดูแลการขับรถ ลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ” All In One (AIO) คือ  ชุดอุปกรณ์เสริมที่ใช้เทคโนโลยีเทเลเมติกส์ (Telematics) โดยผสมผสานความสามารถระหว่าง 1. กล้องวิดีโอในรถยนต์ (Mobile Digital Video Recorder

Read More »

หนังสือให้ความยินยอมสำหรับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท จีไอเอส จำกัด

การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน

บริษัท จีไอเอส จำกัด ตระหนักดีว่าท่านมีความประสงค์ที่จะได้รับความปลอดภัยสูงสุดในสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญ และ เคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน ในการดำเนินการเก็บรวมรวม ใช้ ประมวลผลและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ อาจรวมถึง ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด สถานภาพสมรส เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์ รูปถ่าย ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หมายเลขไอพีแอดเดรส แม็กแอดเดรส หรือไอดีคุ๊กกี้ หรือข้อมูลอื่นใดที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ จะดำเนินการโดยใช้มาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยตามวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้เท่านั้น ตลอดจนป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้โดยมิได้รับการอนุญาตจากท่านก่อน

 

การเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

          บริษัทฯ จะใช้ข้อมูลของท่านเพื่อประกอบการดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับท่านในฐานะ ผู้ติดต่อและ/หรือลูกค้า ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องดังที่ปรากฎในตาราง ซึ่งบางครั้งอาจเป็นการปฏิบัติตามสัญญา กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องด้วย

วัตถุประสงค์ในการใช้

ระบุประเภทข้อมูลส่วนบุคคล

 

ระยะเวลา

เพื่อใช้ในการลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลสินค้าและบริการ ของบริษัทฯ

– ชื่อ สกุล

– เบอร์ติดต่อ

– email

– หน่วยงาน

– ที่อยู่ที่ทำงาน

5 ปี

 

 

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนจะป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้โดยพลการ ซึ่งอาจจะมีการเปิดเผยข้อมูลนั้น ๆ เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ จะเคร่งครัดไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่ระบุไว้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่าน

 

สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่าน

ท่านสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลของท่านโดยใช้ความเป็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่บริษัทฯ แจ้งท่านไว้ในหนังสือฉบับนี้

  1. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม
  2. สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือ ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
  3. สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน
  4. สิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
  5. สิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
  6. สิทธิขอให้ดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน
  7. สิทธิในการขอถอนความยินยอม ซึ่งท่านสามารถใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยท่านสามารถแจ้งมายังสถานที่ติดต่อ หรือวิธีการติดต่อที่บริษัทฯ แจ้งท่านไว้ในหนังสือฉบับนี้

 

สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อ

ในกรณีที่ท่านต้องการความช่วยเหลือจากบริษัทฯ หรือ หากมีข้อสงสัยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของท่าน สามารถติดต่อสอบถามผ่านทางช่องทางที่กำหนดไว้ ดังนี้

บริษัท จีไอเอส จำกัด

ที่อยู่ 202 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120

โทรศัพท์:   02-678-0200

อีเมล์:   dpo@cdg.co.th