เทรนด์เทคโนโลยีการขนส่งและโลจิสติกส์ สู่การปรับตัวในยุคบริหารซัพพลายเชน ปี 2026 (Key Technology Trends for Transportation & Logistics 2026)
ปี 2026 ถือเป็นยุคแห่งเครือข่ายข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะซึ่งมีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม สำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ก็เช่นกัน ยิ่งเข้าสู่ยุคดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซก็ยิ่งจำเป็นต่อการเชื่อมโยงเทคโนโลยีและเครือข่ายภายในซัพพลายเชน ทั้งการผลิต การกระจายสินค้า การจัดจำหน่าย และการขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายระบบทำให้สามารถมองเห็นข้อมูลและใช้งานร่วมกันได้ ธุรกิจจะสามารถวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลในภาพรวมทั้งซัพพลายเชนได้อย่างครบถ้วน และตัดสินใจได้บนพื้นฐานข้อมูลที่แม่นยำ ตลอดจนพัฒนาแนวทางในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของธุรกิจได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด
ความต้องการและเป้าหมายการใช้เทคโนโลยีการขนส่งและโลจิสติกส์ขององค์กร ปี 2026
จากสถานการณ์และความท้าทายที่ธุรกิจต่างเผชิญทั้งในประเทศและรอบโลกตลอดปีที่ผ่านมา เมื่อการแข่งขันในตลาดการขนส่งและโลจิสติกส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาและเวลาในการจัดส่งเท่านั้น แต่ยังต้องพึ่งพาการบริหารที่สามารถเพิ่มคุณค่าตลอดกระบวนการทำงานทั้งการวางแผน การตรวจสอบ และการจัดการ องค์กรต่าง ๆ จึงต้องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในเชิงกลยุทธ์ เพิ่มความชาญฉลาดและแม่นยำมากขึ้น เวลาที่เร็วขึ้น และใช้พื้นฐานการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนเพิ่มกำไรและผลตอบแทนการลงทุน ยกระดับการเชื่อมโยงซัพพลายเชน และจัดการ Green Logistics เพิ่มโอกาสทางการค้าแก่ธุรกิจ
ในปี 2026 เป้าหมายการใช้เทคโนโลยีด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ขององค์กรจะเกี่ยวข้องกับความสามารถในการจัดการ ได้แก่
1.จัดการอย่างชาญฉลาด (Intelligent Operations) ปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการทำงาน เป็นสมองของการทำงาน และสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาด เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน ตลอดจนรองรับการจัดการข้อมูลคาร์บอน
2. ปรับการทำงานให้คุ้มค่าและเป็นระบบอัตโนมัติ (Optimization & Automation) บริหารจัดการงานได้อย่างคุ้มค่าทั้งในแง่การเงินและการใช้เวลาเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำลดความผิดพลาดและความซ้ำซ้อนในการทำงาน
3. เชื่อมโยงระบบและข้อมูล (Supply Chian Integration & Data-Driven Ecosystem) เชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลและการมองเห็นข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ โดยผสานข้อมูลทั้งหมดในระบบที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนให้ใช้งานร่วมกันง่ายและเป็นระบบระเบียบ
เทรนด์เทคโนโลยีสำหรับการขนส่งและโลจิสติกส์ ปี 2026
เทคโนโลยีหลัก (Key Technology Trends) ในปี 2026 ที่จะมีบทบาทสำคัญในภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร ได้แก่
1.AI & Machine Learning for Smart Operations
AI และ Machine Learning จะเปลี่ยนโฉมกระบวนการทำงานของอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และเปลี่ยนข้อมูลการขนส่งและโลจิสติกส์ให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง สิ่งที่ได้จาก AI คือ ให้ประสิทธิภาพและการคาดการณ์อย่างชาญฉลาด เช่น การประมาณการเวลาการจัดส่ง (ETA) ที่แม่นยำขึ้น การวางแผนเส้นทางที่ชาญฉลาดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาคอขวด การคาดการณ์ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที การจัดลำดับหรือคิวงานให้ได้เวลาที่เหมาะสม การจัดการงานและเอกสารแบบอัตโนมัติด้วยความแม่นยำและรวดเร็ว
นอกจากนี้ AI ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่โดยใช้ข้อมูลปัจจุบันและข้อมูลจากอดีตฝึกการเรียนรู้เพื่อปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม เช่น การวิเคราะห์รูปแบบเส้นทางการขนส่งจากข้อมูลเที่ยววิ่งในอดีต เพื่อสร้างเส้นทางขนส่งที่ดีที่สุดสำหรับปัจจุบัน การวางแผนบำรุงรักษายานพาหนะจากข้อมูลการใช้งานและการซ่อมบำรุง เป็นต้น
2.Industry Cloud Platform & Supply Chain Integration
เทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น AI, Automation, 5G, IoT, Telematics จะถูกนำไปผสานและพัฒนาระบบงานต่าง ๆ และใช้งานบนแพลตฟอร์มที่ให้บริการอยู่บนคลาวด์ (Cloud-based Platform) เช่น Enterprise Resource Planning (ERP), Transportation Management System (TMS), Warehouse Management System (WMS), Fleet Management System (FMS), Last-Mile Management System ฯลฯ และใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงเครือข่ายซัพพลายเชนให้สามารถมองเห็นและใช้ข้อมูลร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ธุรกิจมองเห็นภาพรวม (Visibility) เพื่อตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจ และหากเกิดปัญหาขึ้นก็สามารถคาดการณ์และปรับเปลี่ยนแผนการเพื่อแก้ไขหรือลดความล่าช้าได้
3. Green Logistics for Net Zero
เทคโนโลยีและการจัดการที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการลดการใช้พลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เช่น การใช้พลังงานสะอาด (รถบรรทุกไฟฟ้า) การจัดการการขนส่งที่ใช้พลังงานน้อยลง (จัดการบรรทุกและเที่ยววิ่ง, ขับขี่แบบ Eco-Driving) ซึ่งข้อมูลการปล่อยมลพิษในระดับการขนส่ง เช่น ปริมาณคาร์บอนในแต่ละเที่ยววิ่งรถ จะกลายเป็นสิ่งสำคัญในรายงานขององค์กร และการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการขนส่งของลูกค้าในตลาดโลก
กล่าวได้ว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานในอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ภายในเครือข่ายซัพพลายเชนซึ่งมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ธุรกิจให้ได้รับข้อมูลสำหรับการตัดสินใจที่แม่นยำเพื่อการจัดการเครือข่ายซัพพลายเชน
นวัตกรรม AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทั่วทั้งองค์กรมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ใช่แค่ความได้เปรียบของผู้นำไปใช้ แต่จะเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในองค์กร การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ไม่ได้หมายถึงการแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้มนุษย์ ดังนั้น การยอมรับนวัตกรรมจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเปลี่ยนความท้าทายด้านโลจิสติกส์ให้เป็นโอกาสในการปรับตัวได้อย่างคล่องตัวและมีทิศทาง รวมถึงการมองเห็นคุณค่าและปรับแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนโลจิสติกส์สีเขียว แสดงถึงความใส่ใจของธุรกิจต่อการร่วมมือปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่ดีในสังคมและสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ
ปี 2026 ระบบ TMS สำหรับบริหารจัดการงานขนส่ง จะเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์
ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีระบบสารสนเทศที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการงานขนส่งในอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ของไทย คือ ระบบติดตามและบริหารงานขนส่ง (GPS Tracking System) ซึ่งช่วยในการติดตามรถขนส่งสถานะงานและติดตามความปลอดภัยในการขนส่งให้แก่ผู้ประกอบการขนส่ง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแค่การติดตามรถขนส่งจะไม่เพียงพออีกต่อไป ธุรกิจจะต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล พร้อมไปกับการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายงานขนส่ง ซึ่งเป็นการจัดการงานขนส่งทั้งกระบวนการ ดังนั้น ระบบ Transportation Management System (TMS) เป็นระบบบริหารจัดการงานขนส่งที่ตอบโจทย์การทำงานของธุรกิจได้ทั้งกระบวนการตั้งแต่การวางแผนออเดอร์งานขนส่งจัดเส้นทางจัดเที่ยววิ่งรถจัดโหลดสินค้าติดตามงานขนส่งจัดการกลุ่มรถรวมถึงการจัดการด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายและการเงิน
จึงกล่าวได้ว่า ระบบ TMS จะไม่ใช่แค่เครื่องมือในการทำงานสำหรับงานขนส่ง แต่เป็นระบบเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ และมีทิศทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะในปัจจุบัน
ในสัปดาห์หน้า จะกล่าวถึงทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีระบบริหารจัดการงานขนส่ง TMS ในปี 2026 โปรดติดตามตอนต่อไป
ธุรกิจที่สนใจเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการงานขนส่ง NOSTRA LOGISTICS TMS สามารถติดต่อเพื่อขอปรึกษาการเลือกใช้เทคโนโลยีสำหรับธุรกิจของคุณ หรือ ขอข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายบริการลูกค้า (Customer Service) โทร 02-678-0963 E-mail: nostralogistics@cdg.co.th Line OA: @nostralogistics
เลือกพันธมิตรเทคโนโลยีงานขนส่งที่คุณวางใจได้
NOSTRA LOGISTICS ผู้ให้บริการโซลูชันและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transportation Platform) และระบบบริหารจัดการงานขนส่ง TMS พันธมิตรทางธุรกิจและเทคโนโลยีสำหรับงานโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในการออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศด้านโลจิสติกส์และการบูรณาการระบบ พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญในการสร้างโซลูชันที่มีประสิทธิภาพเพื่อจัดการปัญหาด้านการขนส่งสำหรับองค์กรทุกขนาด



